การสมัครงาน…ให้โดน (3)

วันก่อน ได้ทราบกันแล้วว่า การสมัครงานผ่านอีเมล์นั้น เข้าถึงเจ้าหน้าที่สรรหาได้เร็วและแรงที่สุด แต่ก็หลุดจากแฟ้มได้ง่ายที่สุดด้วย เพราะถ้ามีคนส่งมาเยอะ คนที่คุณสมบัติตรง (เขียนได้ดี แต่เก่งหรือเปล่ายังไม่ทราบ) จะถูกสั่งพิมพ์เก็บเข้าแฟ้ม นอกนั้นรอกันต่อไป ใบสมัครค้างอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเผลอ ๆ โดนลบก่อน เพราะ Mailbox เต็ม!

ดังนั้น การสมัครงาน…ให้โดน…เรียกไปสัมภาษณ์ จึงควรส่งจดหมายสมัครงานตามไปด้วยนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่สรรหาของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Recruitment, Human Resources Department) ต้องเก็บใบสมัครเข้าแฟ้ม มีเพียงไม่กี่บริษัทที่พิมพ์ทุกอีเมล์เพื่อเก็บ แต่ถ้าเป็นจดหมายสมัครงานจะเก็บเข้าแฟ้มแน่นอน เพราะมันถูกพิมพ์มาแล้ว ไม่ยุ่งยากต้องพิมพ์ พร้อมมีรูปและรายละเอียดที่จำเป็นครบถ้วน

——————-
การสมัครงาน ให้ประวัติถูกเก็บในแฟ้มที่ Active
1) ใช้กระดาษ A4 เท่านั้น เอกสารใดที่เป็น Legal ให้ย่อเป็น A4 ด้วย เพราะส่วนใหญ่เก็บด้วยแฟ้มขนาดA4 ทั้งสิ้น เอกสารสั้นๆ ยาวๆ ถูกพับไปมาเก็บยากและดูไม่เรียบร้อย

2) ส่งโดยใช้ซองใหญ่ กรุณาอย่าพับใส่ซองเล็ก มันเก็บในแฟ้มยากเพราะเป็นคลื่น

3) รูปถ่าย ซึ่งควรเป็นรูปถ่ายหน้าตรงด้วยกระดาษถ่ายรูปครับ ติดด้วยกาว(ห้ามใช้ลวดเย็บการดาษ:Stapple เด็ดขาด มันหลดได้ง่ายที่สุดและหลุดทุกครั้งเมื่อเก็บเข้าแฟ้ม) อย่าใช้รูปที่พิมพ์ด้วย inkjet หรือพิมพ์ใส่บนจดหมายสมัครงาน นอกจากโดนน้ำจะเสียหายแล้ว อย่าเสี่ยงเสียเครดิตในการสมัครงานเลยครับ
[/] รูปถ่ายสำคัญที่สุดในการสมัครงาน…ให้โดน

ควรเลือกรูปที่ดูดีที่สุด ถ้าแต่งรูปได้ควรแต่ง ทำทุกอย่างให้เต็มที่ในรูปที่ส่ง โดยเฉพาะท่านที่คิดว่าตำแหน่งงานที่สมัครไปนั้นมีผู้สมัครร่วมมาก แล้วคุณสมบัติของเราไม่ได้โดดเด่นมากเป็นพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่สรรหา ร้อยทั้งร้อย จะหยิบและอ่านคุณสมบัติของจดหมายสมัครงานที่มีรูปผู้สมัครที่ดูดีอย่างละเอียดเป็นพิเศษ ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเพื่อการวิจารณ์หรือไม่ก็ตามแต่ มันก็สมควร ใช่ไหมครับเพราะเราส่งจดหมายสมัครงานก็เพราะการนี้!

4) อย่าใช้กระดาษสี! ใช้กระดาษสีขาวเท่านั้น แม้แต่หมึกก็ควรใช้สีดำหรือน้ำเงินเข้มเท่านั้น สีแดง เหลือง เขียว กระดาษมีลาย เป็นห้ามเด็ดขาดเพราะเวลาจะสำเนามักจะทำให้ตัวอักษรไม่ชัด อ่านไม่ออก อีกทั้งเจ้าหน้าที่สรรหารวมถึงผู้สัมภาษณ์มักจะมองว่าท่านมีวุฒิภาวะไม่สูงมากนัก

5) ใช้รูปแบบจดหมายสมัครงานมาตรฐาน อย่าใช้ศิลปะหรือวลีบรรยายโวหารพิเศษใดๆ เด็ดขาด เขียนแต่ข้อเท็จจริงครับ เพราะเจ้าหน้าที่สรรหาทุกคนพร้อมที่จะอ่าน หัวเราะ และ “หยิบแยกออก” ก็แหม! ไม่มีหัวหน้างานหรือผู้สัมภาษณ์คนไหนต้องการ “ลูกน้อง” แบบพิเศษ (A B normal) หรอกครับ

6) ข้อมูลสำคัญให้อยู่หน้าแรก เพราะปัจจุบันทุกบริษัทพิจารณาคุณสมบัติ ของตำแหน่งงานที่บริษัทกำหนดก่อน ส่วนใหญ่แล้วจะพิจารณาเรียงลำดับดังนี้

ผู้สมัครจบใหม่ สถาบันการศึกษา ผลการเรียน-เกรด ที่อยู่(ใกล้-ไกลที่ทำงาน) ทักษะด้านภาษา,คอมพิวเตอร์ กิจกรรมระหว่างเรียน(หัวหน้าชมรม, นักกีฬา)

ผู้สมัครมีประสบการณ์ บริษัทปัจจุบัน/เดิมที่เคยทำ ทักษะการทำงาน/ฝึกอบรม(BSC-KPIs, ISO, Supervisory skill) สถาบันการศึกษา ผลการเรียน
——————-

จะพบว่าปัจจุบัน มีผู้จบการศึกษาทั้งจากสถาบันของรัฐและเอกชนจำนวนมาก มากกว่าตำแหน่งงานที่มีอยู่ในตลาดแรงงานทั้งหมด พิจารณาได้จากมีการผลิตวิศวกรจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นหลักพันต่อปี ผู้จบวิชาชีพพยาบาลซึ่งเดิมต้องใช้ทุนการศึกษา(มีงานทำแน่นอน) ปัจจุบันก็ไม่ต้องใช้ทุนแล้ว? เพราะไม่มีอัตราว่างให้รับ(ตกงาน) บริษัทต่างๆ จึงสามารถเลือกรับตามที่ตนต้องการได้ คงเคยได้ยินนะครับว่าบางบริษัทเลือกเฉพาะ Top5 ของแต่ละสายอาชีพนั้นๆ ก่อนที่จะเลือกสถาบันจากราชภัฎ!

ถ้าสังเกตจะพบว่า ทุกบริษัทยังอิงผลการเรียนที่มีคะแนนสูงๆ บางท่านคงค้านว่าทำงานดีไม่ต้องเกรดดี ไม่เถียงครับถ้าท่านได้ทำงานแล้ว เพราะไม่มีบริษัทหรือหัวหน้างานคนไหนจะทราบจากการสัมภาษณ์เพียง 1-2 ชม. ได้ว่าท่านดี ท่านขยัน วิธีพิจารณาประเมินที่แน่ชัดคือดูจากผลในอดีต นักเรียนที่เรียนได้เกรด 2.75 หรือ 3 ขึ้นไป (3 ใน 10 คน) เค้าทำอะไรต่างจากคนอื่นๆ ? คำตอบก็คือ ความตั้งใจ ความขยัน ความมุ่งมั่น ไงล่ะครับ แล้วยังต้องคงเส้นคงวาด้วย เพราะต้องรักษาไว้ให้ได้ตลอดช่วงการเรียน (3-4 ปี) ซึ่งแสดงถึงการวางแผน และเป้าหมาย จึงควรยอมให้คนมีผลการเรียนดีได้โอกาสมากกว่าไปก่อน เพราะทำมามากกว่านั้นเอง

ดังนั้น ผู้จบใหม่ท่านใดผลการเรียนไม่สูงมากนัก ขอให้มีทักษะด้านหนึ่งด้านใดเป็นคุณสมบัติเด่น อะไรก็ได้ครับที่เป็นคุณสมบัติเด่นซึ่งวัดได้และเป็นที่ยอมรับในงานที่เราสมัคร เช่นงานธุรการ ควรใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี มีประกาศนียบัติจากสถาบันที่รับรองมาแสดงได้ หรืองานประชาสัมพันธ์ มีผลงานเคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันร้องเพลง หรืองานลูกค้าสัมพันธ์ ก็มีใบรับรองการฝึกงาน สามแห่งจากบริษัทธุรการการค้าการบริการมาแสดงเป็นต้น เพราะผู้สัมภาษณ์หรือหัวหน้างานกว่าครึ่งเลือกรับผู้จบใหม่จากทักษะพิเศษในตำแหน่งงานนั้นๆ เป็นปัจจัยประกอบสำคัญ

ถ้าบริษัทที่เลือกสมัครงานไปนั้น เป็นบริษัทที่เราสนใจเป็นพิเศษแล้ว ก็ควรส่งอีเมล์หรือจดหมายสมัครงานเข้าไปซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้หากยังไม่ได้รับการติดต่อใน 3 วัน เพราะมันจะช่วยเปิดโอกาสให้กับท่านได้มากขึ้น

สุดท้าย ถ้าสนใจบริษัทใดโดยเฉพาะบริษัทชั้นนำต่างๆ ที่มีชื่อเสียงดี ขอให้ท่านส่งใบสมัครงานไปยังฝ่าย…บุกคนได้เลย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สรรหา…เก็บข้อมูลของท่านอยู่ในส่วนต้นๆ ของแฟ้มผู้สมัครงาน บริษัทที่ไม่ได้ลงประกาศรับสมัครงาน ก็เนื่องจากยังมีข้อมูลผู้สมัครงานเก็บเป็นข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมากพอให้ทำการคัดเลือกได้ ถ้าท่านต้องการสมัครงาน…ให้โดนเรียกไปสัมภาษณ์ จึงควรส่งจดหมายสมัครงานไปยังทุกบริษัทที่ท่านสนใจ อย่าลืมนะครับสมัคร 5 ที่มีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ 1 ที่เท่านั้น

ถ้ามีเวลามากพอ จะแนะนำวิธีหนีงานแล้วเจ้านายไม่โทรตาม ในลำดับถัดๆ ไป

admin

Spread the love

Related Posts

วันหยุดประจำปี

วันหยุดประจำปีหรือวันหยุดสำคัญถ้าบริษัทไม่หยุดผิดไหม

วันหยุดประจำปีหรือที่เรียกกันว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นวันที่พนักงานรอคอย โดยเฉพาะถ้าใครทำงานสัปดาห์ละ 6 วันหรือเป็นลูกจ้างรายวันที่ได้เงินเฉพาะวันที่มาทำงาน เพราะเป็นวันหยุดที่ได้รับเงินค่าจ้าง วันหยุดประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญของพนักงาน การที่วันหยุดประจำปีหรือวันหยุดถ้าสำคัญบริษัทไม่หยุดผิดไหม HR24hrs.com มีเรื่องจริงมาเล่าให้ฟังกันครับ ผมเคยได้ยินเจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งบ่นว่า ทำไมวันหยุดมันเยอะเหลือเกินปี ๆ นึง หยุดเสาร์อาทิตย์ก็

HR 4.0 (5) AI – หุ่นยนต์กับการงานในวันนี้

เราทุกคนย่อมมีจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิต เพียงแค่ว่าเราสนใจถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงในอดีต มันค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลากันพอควร แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเร็วแบบนับวันนับชั่วโมงกันแล้ว เหมือนเรื่องของบาปของกรรม ที่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอผลกันในชาติหน้า กรรมยุค 4.0 มันเป็นกรรมติดจรวดครับ ทำอะไรที่ไม่ดีไว้ในวันนี้ อีกปุ๊ปอีกแป๊ปหรือวันรุ่งขึ้นก็อาจรับผลกันทันที ดูอย่างการใช้โทรศัพท์มือถือยุคนี้ แค่กดถ่ายวีดีโอหรืออัดเสียงแล้วโพสลงโซเชียล

HR 4.0 (4) ไทยแลนต์ 4.0

ได้อ่านบทความของ "ดร. สมเกียรต อ่อนวิมล" ใน Aday กล่าวถึงประเทศมาเลเซียไว้ดังนี้ นายกมหาเธร์ มูฮัมหมัด มีวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า มองไปเลย 20 ปี เริ่มตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยมองว่าปี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

16 − 9 =